#โหงวเฮ้งไม่ใช่วิชาจำหน้าคน
จริงๆแล้ว วันนี้จารย์วิชไม่ได้ตั้งใจจะเขียนแรงเล้ย
แต่พอมีลูกศิษย์คนหนึ่งมาสมัครเรียนโหงวเฮ้ง แล้วเล่าเรื่องที่ตัวเองเคยไปเรียนมาก่อนหน้านี้ให้ฟัง บอกตรงๆว่า จากที่นั่งจิบกาแฟอยู่ดีๆ กาแฟแทบกลายเป็นน้ำเดือดในหม้อชาบูทันที
เขาเล่าว่า เคยไปเรียนโหงวเฮ้งกับซินแสท่านหนึ่ง ที่ช่วงหลังเริ่มดังในโลกออนไลน์ มีคนติดตามเยอะ มีสื่อพูดถึงบ่อย และเริ่มเปิดสอนโหงวเฮ้งแบบจริงจัง
อาจารย์ก็ฟังไปเรื่อยๆ เพราะใครจะสอนอะไร ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ความรู้มีหลายสาย ครูมีหลายแบบ ศิษย์ก็มีหลายกรรม เอ้ย หลายแนว 5555
แต่พอฟังถึงประโยคหนึ่งเท่านั้นแหล่ะ
อืมมมมมมมมมมมมมมมม
เขาบอกว่า ครูคนนั้นสอนว่า “ใบหน้าธาตุทอง คือใบหน้ารูปไข่ เป็นใบหน้าที่ผสมกันระหว่างธาตุน้ำกับธาตุไม้ และเป็นคนรอบคอบ เหมาะกับงานเอกสาร”
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยย
จารย์วิชฟังแล้วอยากถามเบาๆว่า นี่เรียนโหงวเฮ้ง หรือเรียนต้มจับฉ่ายธาตุคะลูกกกกก
เพราะถ้าพูดตามหลักโหงวเฮ้งจริงๆ ใบหน้ารูปไข่ที่เขาพูดถึงนั้น ไม่ใช่หน้าธาตุทอง
ลักษณะแบบนั้นมันออกไปทางธาตุไม้ผสมน้ำ
ส่วนหน้าธาตุทองจริงๆ ไม่ใช่หน้ารูปไข่หวานๆ มนๆ ละมุนๆ แบบที่หลายคนชอบเข้าใจนะคะ
หน้าธาตุทองจะมีความเป็นเหลี่ยม มีมุม มีโครงกระดูกชัด บางคนกระดูกปูดโปน มีแนวหน้าที่แข็ง มีความคม มีแรงปะทะในโครงหน้า เพราะคำว่า ธาตุทอง คือ ธาตุโลหะ โลหะ คือ คม แข็ง รวดเร็ว ดุดัน ฟันแหลก นี่คือ ขั้นพื้นฐานของความเป็นธาตุเลยเด้ออออ
แค่ตรงนี้ก็ผิดแล้ว
ยังไม่พอนะ เขายังสรุปต่อว่า คนหน้าธาตุทองเป็นคนรอบคอบ เหมาะกับงานเอกสาร
หืมมมมมมม
อันนี้จารย์วิชขอวางแก้วกาแฟก่อน เดี๋ยวมือสั่น 5555
เพราะถ้าตามหลักจริงๆ คนหน้าธาตุทองที่มีเหลี่ยม มีมุม มีโครงกระดูกเด่นๆ ไม่ใช่คนประเภทนั่งละเอียด ตรวจเอกสารทีละบรรทัดอย่างใจเย็นเสมอไปนะคะ
หลายครั้งกลับเป็นคนไว ใจเร็วด่วนได้ ตัดสินใจเร็ว ทำเร็ว พุ่งเร็ว ไวปานจรวดด้วยซ้ำ
แต่อาจารย์จะไม่ลงรายละเอียดตรงนี้เยอะ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นเปิดคลาสกลางบทความ 5555
ประเด็นสำคัญคือ เขาเอาความรู้คนละชุดมาปนกันมั่ว
. รูปหน้าแบบหนึ่ง ไปเรียกเป็นอีกธาตุหนึ่ง
. นิสัยของอีกกลุ่มหนึ่ง ไปโยนใส่อีกกลุ่มหนึ่ง
. แล้วก็สรุปออกมาเป็นคำแนะนำให้คนเรียนเอาไปใช้จริง
นี่แหล่ะ ที่น่ากลัว
. เพราะถ้าสอนผิดเฉยๆ คนฟังแล้วผ่านไปก็ยังพอว่า
แต่ถ้าสอนผิด แล้วลูกศิษย์เอาไปใช้จริงในชีวิตจริง ใช้เลือกคนเข้าทำงาน ใช้วางตำแหน่ง ใช้ตัดสินใจทางธุรกิจ ผลเสียมันเกิดขึ้นจริงนะ
ลูกศิษย์ท่านนี้เชื่อ เพราะเขาคิดว่าได้เรียนกับผู้รู้ เขาจึงรับคนที่มีใบหน้าแบบที่ครูคนนั้นบอก มาทำงานด้านเอกสาร เพราะคิดว่าเป็นคนละเอียด รอบคอบ ทำงานเป๊ะ ตรวจงานดี จับผิดเก่ง
แต่ผลที่เกิดขึ้นจริง คือเละค่ะ
ทำงานไม่รอบคอบ พลาดแล้วพลาดอีก ชอบพูด ชอบคุย ชอบสอนคนอื่น มนุษย์สัมพันธ์ดีจริง แต่ไม่มีความอดทน
งานเอกสารที่ต้องนิ่ง ต้องละเอียด ต้องตรวจซ้ำ ต้องรับแรงกดดัน กลับไม่ใช่ทางของเขา
สุดท้ายธุรกิจเสียหายไปมาก
ถามว่า คนคนนั้นผิดไหม
. ไม่ทั้งหมดค่ะ เพราะเขาก็เป็นตัวเขาแบบนั้น
แต่คนที่อ่านคนผิด แล้วเอาความรู้ผิดๆไปสอนคนอื่นนี่แหล่ะ น่าคิดกว่าเยอะ
โหงวเฮ้งไม่ใช่วิชาที่เอาหน้าคนมามโนเอง แล้วฟันธงว่าเป็นธาตุอะไร นิสัยอะไร เหมาะกับงานอะไร แบบปาดเดียวจบเหมือนหั่นแตงโมนะ
ใบหน้า 1 ใบ มีรายละเอียดเยอะมาก
. แต่ถ้าจะอ้างอิงความเป็นธาตุ ก็ควรทำความเข้าใจกับคาแรกเตอร์ของธาตุให้ดีๆก่อน เพราะถ้าคุณไม่เข้าใจจริงๆ คุณสอนผิด คนทำตามก็ชีวิตแย่นะ
นี่แหล่ะค่ะ โหงวเฮ้งจริงๆ มันไม่ได้ตื้นขนาดนั้น
และที่สำคัญที่สุด วิชานี้ใช้กับชีวิตคนจริงๆ
ใช้กับการเลือกคนเข้าทำงาน ใช้กับการเลือกหุ้นส่วน ใช้กับการเลือกคู่ ใช้กับการวางคนให้ถูกที่
ถ้าอ่านผิด ชีวิตคนอื่นเสียหายได้จริง ธุรกิจเสียหายได้จริง ครอบครัวพังได้จริง ความสัมพันธ์พังได้จริง
ดังนั้น ใครจะสอนอะไร ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองด้วย
. ไม่ใช่พูดไปเรื่อย สอนให้คนจำไปพูดต่อ แล้วพอเกิดปัญหา ก็บอกว่า “ศาสตร์นี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล”
. เอ้าาาา ตอนเก็บเงินค่าสอน ไม่เห็นบอกว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเลยนะคะ
. ตอนโปรโมทบอกแม่นมาก ใช้งานได้จริง อ่านคนได้จริง พลิกชีวิตได้จริง
. แต่พอใช้แล้วพัง กลายเป็นความเชื่อส่วนบุคคลเฉยเลย
อันนี้จารย์วิชไม่โอเค
และที่น่ากลัวกว่านั้น คือ “แสง”
. เวลาคนมีแสงพูดอะไรออกไป คนเชื่อเยอะค่ะ เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่า คนดัง = คนเก่ง คนมีผู้ติดตามเยอะ = คนรู้จริง คนออกสื่อบ่อย = น่าเชื่อถือ
. แต่ความจริงไม่ใช่เสมอไปนะ
. บางคนมีแสง เพราะเก่งจริง อันนี้อาจารย์ยอมรับและเคารพ
. แต่บางคนมีแสง เพราะยิงแอดเก่ง ทำคอนเทนต์เก่ง พูดเก่ง แต่งตัวเก่ง สร้างภาพเก่ง และที่สำคัญคือ “ซื้อสื่อเก่ง”
ยุคนี้แค่มีเงิน ก็มีพื้นที่ได้
มีเงิน ก็ขึ้นป้ายได้
มีเงิน ก็เข้ารายการได้
มีเงิน ก็ทำให้คนรู้สึกว่า “คนนี้ต้องเก่งแน่ๆ ไม่งั้นสื่อไม่เชิญหรอก”
. อืม… เดี๋ยวก่อนนะคะลูก
บางสื่อไม่ได้เชิญเพราะเห็นความรู้ค่ะ บางสื่อเชิญเพราะเห็นงบจ้ะ
พูดตรงๆก็เจ็บ แต่ไม่พูดก็เจ็บกว่า
ในยุค 9 เราจะเห็นเรื่องแบบนี้เยอะมาก แสงเร็ว ดังเร็ว ปังเร็ว แต่ความรู้ไม่ได้โตเร็วตามแสงเสมอไป
. คนบางคนดังขึ้นมาก่อนที่ความเข้าใจในวิชาจะสุกงอม
. พอความรู้ยังไม่แน่น แต่แสงมาก่อน ก็เริ่มสอน เริ่มขาย เริ่มฟันธง เริ่มชี้นำคนอื่น
. แล้วคนที่ตามไปเรียนล่ะ
. เขาไม่ได้เรียนแค่เพื่อฟังสนุกนะคะ
. หลายคนเอาไปใช้จริง ใช้ในธุรกิจ ใช้ในชีวิต ใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญ
ดังนั้น ความเสียหายมันไม่ได้จบที่ห้องเรียน แต่มันเดินตามลูกศิษย์ออกไปถึงโลกจริง
. นี่คือสิ่งที่อาจารย์รับไม่ได้
อาจารย์ไม่ได้บอกว่า คนสอนโหงวเฮ้งทุกคนไม่ดี ไม่รู้จริง หรือสอนไม่ได้ อาจารย์ไม่กล้าพูดแบบนั้น เพราะในวงการนี้ยังมีครูดีๆ ผู้รู้จริงๆ อีกมากมายที่ตั้งใจถ่ายทอดวิชาอย่างมีความรับผิดชอบ
แต่หลายคนที่อาจารย์เห็นในสื่อ เห็นในออนไลน์ เห็นจากคำสอนที่ลูกศิษย์เอามาเล่าให้ฟัง อาจารย์กล้าพูดเลยว่า “เขาไม่ได้เข้าใจโหงวเฮ้งอย่างแท้จริง”
เขาอาจจำคำศัพท์ได้
เขาอาจพูดเรื่องธาตุได้
เขาอาจเอาภาพคนดังมาเทียบให้ดูสนุกได้
แต่ความรู้จริง ไม่ใช่แค่พูดให้คนว้าว
ความรู้จริงต้องไม่มั่ว
และที่สำคัญ ความรู้จริงต้องใช้แล้วไม่พาคนพัง
โหงวเฮ้งไม่ใช่วิชาสร้างคอนเทนต์อย่างเดียว
. โหงวเฮ้งคือวิชาดูคน
. และการดูคน คือความรับผิดชอบที่ใหญ่มาก
เพราะเมื่อเราพูดว่า คนนี้ดี คนนี้ร้าย คนนี้เหมาะ คนนี้ไม่เหมาะ คนฟังอาจเอาคำพูดนั้นไปตัดสินชีวิตคนอีกคนหนึ่งทันที
. บางคนอาจได้งานเพราะคำพูดเรา
. บางคนอาจเสียโอกาสเพราะคำพูดเรา
. บางธุรกิจอาจเสียเงินเป็นล้าน เพราะคนเอาความรู้ผิดๆไปใช้
ดังนั้น ก่อนจะเป็นครู ก่อนจะสอน ก่อนจะฟันธงอะไร ขอให้ถามตัวเองก่อนว่า เรารู้จริงไหม หรือแค่รู้พอพูดให้คนเชื่อ
อาจารย์พูดแรงไหม
แรงค่ะ
. แต่แรงเพราะห่วง ไม่ใช่แรงเพราะหมั่นไส้
. เพราะคนที่เสียหายส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนที่อวดรู้ แต่เป็นคนที่เชื่อคนอวดรู้
ฝากถึงคนที่อยากเรียนโหงวเฮ้งนะคะ
. อย่าเลือกครูเพราะเขาดังอย่างเดียว
. อย่าเลือกเพราะเขาพูดสนุกอย่างเดียว
. อย่าเลือกเพราะเขามีคนตามเยอะอย่างเดียว
ให้ดูว่าเขาใช้วิชานี้จริงไหม
มีประสบการณ์จริงไหม
อธิบายหลักการได้ไหม
เวลาถูกถามลึกๆ ตอบได้ด้วยเหตุผล หรือแค่ตอบแบบวนไปวนมาแล้วบอกว่า “อันนี้เป็นเคล็ดลับ”
ถ้าเจอแบบนั้น ก็ยิ้มสวยๆ แล้วเดินออกมาก่อนค่ะ
เดี๋ยวจะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และที่น่ากลัวที่สุด คือเสียความมั่นใจในศาสตร์ที่ดีมากๆศาสตร์หนึ่งไปเลย
โหงวเฮ้ง เป็นวิชาที่ทรงคุณค่ามาก
ถ้าเรียนถูกทาง จะช่วยให้เราเข้าใจคน เข้าใจตัวเอง วางคนให้ถูกงาน เลือกคนให้เหมาะกับหน้าที่ และระวังภัยจากคนที่เราไม่ควรไว้ใจได้
แต่ถ้าเรียนผิดทาง
จากวิชาดูคน จะกลายเป็นวิชาพาคนหลง
จากวิชาช่วยชีวิต จะกลายเป็นวิชาสร้างความเสียหาย
และจากครูที่ควรเป็นผู้ให้แสงสว่าง ก็อาจกลายเป็นคนถือไฟฉายผิดด้าน ส่องเข้าตาคนอื่นจนตาพร่า แล้วบอกว่า “เห็นไหม สว่างมาก”
เอาจริงๆนะ
สว่างกับแสบตา มันไม่เหมือนกัน
ใครอยากเรียนโหงวเฮ้งแบบเข้าใจจริง ไม่ใช่จำไปพูดเท่ๆ ไม่ใช่ท่องธาตุแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่เรียนเพื่อเอาไปใช้ได้จริงในชีวิตจริง อาจารย์วิชเปิดสอนด้วยหลักการ ประสบการณ์ และเคสจริงในห้องเรียน
เพราะสำหรับอาจารย์ วิชานี้ไม่ใช่ของเล่น
และหน้าคน ก็ไม่ใช่สนามทดลองของคนรู้ไม่จริงค่ะ
สอบถามคลาสโหงวเฮ้ง Line @fp99
หรือกดดูรายละเอียดคอร์สที่นี่ คลาสโหงวเฮ้งอาจารย์วิช







