#เป็นหมอดูเป็นซินแสจะเลี้ยงครอบครัวได้ไหม?? มีคนถามอาจารย์วิชในไลฟ์ว่า… “อาจารย์คะ ถ้าอยากเป็นหมอดู หรือเป็นซินแสแบบจริงจัง ทำเป็นอาชีพหลัก จะสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ไหมคะ” อาจารย์วิชฟังแล้ว ก็รู้เลยว่า ข้างในคำถามนี้ มีทั้งความฝัน ความกังวล และภาระของคนๆหนึ่งซ่อนอยู่ จริงๆ แล้ว อาชีพหมอดู หรือซินแส สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ไหม… ตอบเลยว่า “ได้ค่ะ” แต่คำว่าได้ ไม่ได้แปลว่า วันนี้เรียน พรุ่งนี้เปิดโต๊ะ มะรืนมีลูกค้าเต็มคิว และสิ้นเดือนซื้อบ้านได้นะ ชีวิตจริง โลกไม่ได้ใจดีกับเราขนาดนั้น และอาชีพนี้ก็ไม่ใช่ทางลัดไปสู่ความร่ำรวย อู้ฟู่แบบก้าวกระโดด ต้องบอกเลยว่า ทุกอาชีพสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ หากเราทำสิ่งนั้นได้ดีมากพอ และสร้างคุณค่าให้กับงานที่เราทำ รวมถึง คุณค่าของตัวเราเองได้จริง หมอดูที่เลี้ยงครอบครัวได้ ไม่ใช่เพียงคนที่ทายแม่น แต่ต้องเป็นคนที่ลูกค้าไว้ใจ กลับมาหา และกล้าแนะนำให้คนที่เขารักมาปรึกษาด้วยค่ะ ส่วนหมอดู หรือ ซินแสที่อยู่ในอาชีพนี้ได้อย่างยั่งยืน ก็ไม่ใช่เพียงคนที่จำตำราได้เยอะ เรียนเยอะ เรียนสูงเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่วิเคราะห์เป็น อธิบายได้ รวมถึงตระหนักต่อผลดี ผลร้าย ของทุกคำพูด และทุกคำแนะนำที่พูดออกไป เพราะคำพูดของเรา อาจทำให้ใครคนหนึ่งกล้าตัดสินใจเดินหน้า ยอมที่จะหยุดไม่ไปต่อกับสิ่งตรงหน้าได้ และในเวลาเดียวกัน หากคำพูดของเราปราศจากความรู้ หรือ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็อาจทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาด จนชีวิตพังได้เช่นกัน ดังนั้น อาชีพนี้จึงไม่ได้ขายแค่เพียง “คำทำนาย” แต่ขายความรู้ ขายประสบการณ์ ความเข้าใจมนุษย์ ความจริงใจ รวมถึงความรับผิดชอบด้วย บางคนคิดว่า การเป็นหมอดูต้องมีญาณวิเศษ ต้องเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น ต้องได้ยิน ต้องสัมผัส ในอะไรต่อมิอะไรที่เหนือธรรมชาติ หรือเกิดมาก็รู้ทุกอย่างได้เอง โดยไม่ต้องเรียนรู้ พูดตรงๆเลย อาจารย์วิชไม่ได้ไม่เชื่อ เพราะบางคน ก็อาจมีพรสวรรค์จริงๆก็ได้ แต่อาจารย์วิชเชื่อว่า ต่อให้มีพรสวรรค์มากแค่ไหน ถ้าไม่มีหลักวิชา ไม่เรียนรู้ ไม่ฝึกฝน และไม่ยอมตรวจสอบตัวเอง วันหนึ่งพรสวรรค์นั้นก็อาจพาเราหลงผิด เข้าใจไปเองว่ารู้ แต่ความจริงไม่รู้ สุดท้าย ก็นำความเข้าใจผิด ไปแนะนำคน สร้างบาปกรรมให้กับตนไปอีก ในทางกลับกัน คนธรรมดาๆที่ตั้งใจเรียน มีวินัย ฝึกฝน ฝึกวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ และไม่หยุดพัฒนาตัวเอง อาจกลายเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่เก่งและเจริญรุ่งเรือง มีความมั่นคงได้มากกว่าคนมีญาณเสียอีก เพราะความสำเร็จในอาชีพนี้ ไม่ได้เกิดจากการแค่ใช้คำพูดให้ดูขลัง แต่มาจากการทำให้คนที่มาหาเรา รู้สึกว่าเขาเข้าใจชีวิตตัวเองมากขึ้น รู้ทางหนีทีไล่ในช่วงเวลานี้ และรู้ว่าควรเดินต่ออย่างไรต่างหากล่ะ มีหลายคนถามอาจารย์วิชว่า “ควรลาออกจากงานประจำเลยไหมคะ จะได้ตั้งใจทำเต็มที่” อาจารย์วิชจะตอบเสมอว่า อย่าเพิ่งรีบเอาความฝันไปแบกค่าใช้จ่ายทั้งบ้าน ตั้งแต่วันที่ขาของเรายังไม่แข็งแรง เราสามารถเริ่มเรียน เริ่มฝึก และเริ่มสะสมประสบการณ์ควบคู่กับงานเดิมก่อนได้ ค่อยๆ สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง และสร้างความเชื่อมั่นให้คนที่มาปรึกษา เมื่อความรู้แน่นขึ้น ประสบการณ์มากขึ้น และรายได้เริ่มมีความสม่ำเสมอ วันนั้นเราค่อยตัดสินใจว่า จะเดินเส้นทางนี้เต็มตัวหรือไม่ก็ยังทันนะ อย่ารู้สึกว่าการเริ่มช้า คือการแพ้ แต่หากคุณเริ่มช้า แล้วยังไม่พัฒนา นั่นแหล่ะ แพ้จริงๆ บางคนใช้เวลาเรียนหนึ่งปี บางคนใช้เวลาหลายปี กว่าจะกล้าอ่านดวงให้คนอื่น แต่เวลาที่ใช้ไปไม่ได้สูญเปล่านะ เพราะทุกวันที่เราฝึก คือวันที่กำลังสร้างรากฐานให้ตัวเองมั่นคงขึ้น ต้นไม้ใหญ่ไม่ได้แข็งแรงเพราะรีบออกดอก มันแข็งแรง เพราะใช้เวลาสร้างรากฐานอยู่ใต้ดิน ในวันที่ยังไม่มีใครมองเห็นมันเลย การเป็นหมอดูหรือซินแสก็เช่นกัน ช่วงแรกอาจยังไม่มีชื่อเสียง ไม่มีคนรู้จัก และยังไม่มีใครต่อคิวมาหา แต่ถ้าเราตั้งใจเรียนรู้ ทำหน้าที่ให้ดี และดูแลทุกคนที่เข้ามาด้วยความจริงใจ ชื่อเสียงที่ดีจะค่อยๆ เติบโตตามผลงานของเราเอง ไม่ต้องรีบดัง แต่ต้องรีบเก่ง ไม่ต้องรีบมีลูกค้าเยอะ แต่ต้องดูแลลูกค้าคนแรกให้ดีที่สุด ไม่ต้องพยายามทำให้ทุกคนเชื่อเรา แต่ต้องทำให้ตัวเองมีความรู้มากพอ ที่จะไม่ทำร้ายความเชื่อใจของใครๆที่เข้ามาด้วยความไว้ใจเรา ถ้าถามจารย์วิชว่า อะไรสำคัญที่สุดสำหรับคนที่จะเดินทางนี้เป็นอาชีพหลัก ไม่ใช่ไพ่หนึ่งสำรับ ไม่ใช่โต๊ะสวยๆ ไม่ใช่ฉากหลังที่ดูขลัง และไม่ใช่จำนวนผู้ติดตาม สิ่งสำคัญที่สุด คือ “วิชาที่ถูกต้อง” กับ “ใจที่ตั้งมั่น” วิชาที่ถูกต้อง จะทำให้เราวิเคราะห์อย่างมีหลักการ ใจที่ตั้งมั่น จะทำให้เราไม่ปล่อยตัวเองให้เสียเวลาไปวันๆ เพราะทุกๆวันของเรา คือการเก็บสะสมประสบการณ์ และที่สำคัญ เราจะไม่ใช้ความกลัวของคนอื่นมาสร้างรายได้ให้ตัวเอง เมื่อมีสองสิ่งนี้อยู่ด้วยกัน เราจะไม่ได้เป็นเพียงหมอดูที่บอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่จะเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยให้คนหนึ่งคน เข้าใจทางเลือกของชีวิต และกล้ารับผิดชอบอนาคตของตัวเองมากขึ้น รายได้จึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องวิ่งไล่ตามเพียงอย่างเดียว เมื่อเรามีความรู้จริง ทำงานจริง และสร้างประโยชน์ให้ผู้คนได้จริง รายได้จะค่อยๆ เดินตามคุณค่าที่เราสร้างขึ้นมาแน่นอน สำหรับคนที่กำลังคิดว่า “เราอายุมากไปไหม” “เราไม่มีพื้นฐานเลย จะเรียนได้หรือเปล่า” หรือ “เราจะเก่งพอไหม” อาจารย์วิชอยากบอกว่า ไม่มีใครเก่งตั้งแต่วันแรก แม้แต่คนที่วันนี้เป็นครู ก็เคยเป็นนักเรียนที่งง เคยวิเคราะห์ผิด และเคยกลับไปเปิดตำราซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนกัน ความเก่งไม่ได้เริ่มจากการรู้ทุกอย่าง ความเก่งเริ่มจากการยอมรับว่า เรายังไม่รู้ และตั้งใจเรียนให้รู้จริงต่างหากล่ะ ดังนั้น ถ้าคุณมีความฝันว่า วันหนึ่งอยากใช้วิชานี้เป็นอาชีพ อยากดูแลตัวเอง ดูแลพ่อแม่ หรือดูแลครอบครัว จงอย่าเพิ่งถามตัวเองว่า “เราจะหาเงินได้มากแค่ไหน” ลองถามตัวเองก่อนว่า… “เราพร้อมจะเรียนรู้จริงจังแค่ไหน” “เราพร้อมรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเองหรือยัง” และ “เราอยากเป็นหมอดูเพื่อให้คนชื่นชม หรืออยากเป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ช่วยให้ชีวิตคนดีขึ้นจริงๆ” ถ้าคำตอบข้างในชัดเจนแล้ว เส้นทางนี้ก็ไม่ได้ไกลเกินไปแน่นอน ค่อยๆ เรียน ค่อยๆ ฝึก ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ ไม่ต้องรีบแข่งกับใคร เพราะอาชีพนี้ไม่ใช่การแข่งขันว่าใครทายได้หวือหวากว่า แต่เป็นการเดินทางว่า ใครจะรักษาคุณภาพ ความซื่อสัตย์ และความไว้ใจของผู้ให้คำปรึกษาไว้ได้นานกว่ากัน และวันหนึ่ง คุณอาจพบว่า วิชาที่คุณเคยเรียนเพราะอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเอง กลับกลายเป็นวิชาที่ช่วยประคองชีวิตของผู้คนอีกมากมาย เมื่อวันนั้นมาถึง คุณจะเลี้ยงครอบครัวได้ไหม… อาจารย์วิชเชื่อว่า ไม่เพียงแค่เลี้ยงครอบครัวได้ แต่คุณอาจได้ทำงานที่มีความหมาย ได้ใช้ความรู้สร้างคุณค่า และได้ภูมิใจทุกครั้งที่รู้ว่า การมีอยู่ของเรา ทำให้ใครบางคนมองเห็นแสงสว่างในชีวิตมากขึ้น สำหรับคนที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูของความฝัน แต่ยังไม่กล้าก้าวเข้ามา… ไม่ต้องรีบเป็นซินแสก็ได้นะ เริ่มจากการเป็นนักเรียนที่ดีในวันนี้ก่อน แล้ววันหนึ่ง วิชาความรู้ ประสบการณ์ และความตั้งใจ จะค่อยๆ พาคุณไปยืนในจุดที่เหมาะสมด้วยตัวมันเอง อาจารย์วิชยินดีเป็นครู และยินดีถ่ายทอดทุกสิ่งที่รู้ เพื่อให้ศิษย์นำวิชาไปใช้ได้จริงอย่างถูกต้อง มีคุณค่า และสามารถเติบโตเป็นอาชีพได้อย่างสง่างามค่ะ เพราะการพบเจอกันอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ… บางที คำถามที่คุณกำลังสงสัยอยู่ในวันนี้ อาจเป็นเสียงเรียกเบาๆ จากเส้นทางใหม่ ที่กำลังรอให้คุณเริ่มต้นก็ได้นะ **พบกันในคลาสนะคะ**
วันไหว้บ๊ะจ่าง
วันไหว้บ๊ะจ่าง หรือเทศกาลตวนอู่ ไม่ใช่แค่วันกินบ๊ะจ่าง แต่เป็นเทศกาลเก่าแก่ของจีนที่เกี่ยวข้องกับตำนานชวีหยวน การแข่งเรือมังกร การป้องกันโรคภัยในฤดูร้อน และภูมิปัญญาการอยู่กับฤดูกาลของคนจีนโบราณ
โหงวเฮ้งไม่ใช่วิชาจำหน้าคน
โหงวเฮ้งไม่ใช่วิชาจำหน้าคนที่คุณคุ้นเคยแล้วฟันธงว่าใครเป็นธาตุอะไร เหมาะกับงานอะไร โดยที่ไม่เข้าใจอย่างแท้จริง เพราะถ้าเรียนผิด ใช้ผิด คนที่เสียหายอาจไม่ใช่คนสอน แต่เป็นคนที่เชื่อและเอาไปใช้จริง
เดือนมะเมียซ้อนมะเมีย พลังแรงที่ต้องรู้ทัน ใครชงต้องระวัง ใครดวงดีต้องรีบกอบโกย
เดือนมิถุนายนนี้ พลังมะเมียซ้อนมะเมีย ใครมีชวดในดวงต้องระวังเป็นพิเศษ ส่วนใครดวงชอบธาตุไฟ ถือเป็นจังหวะดวงขึ้น รีบกอบโกยพลังดีให้ทันเวลา
วันสงกรานต์ในมุมโหราศาสตร์จีน: ล้างพลังเก่า รับพลังใหม่
สงกรานต์ไม่ใช่แค่เทศกาลเล่นน้ำ แต่คือช่วงเปลี่ยนพลังสำคัญของปีในมุมโหราศาสตร์จีน ทั้งเรื่องดวง ฮวงจุ้ย ครอบครัว และการเริ่มต้นใหม่อย่างเป็นมงคล
จัดฮวงจุ้ยจนเขาเลิกกัน
หลายคนเคยได้ยินมาว่า ฮวงจุ้ย อาจทำให้คู่รักเลิกกันได้ อาจารย์ก็เคยได้ยินมา แต่มากกว่านั้น อาจารย์เคยถูกหาว่า “จัดฮวงจุ้ย จนเขาเลิกกัน” เรื่องราวที่อาจารย์เจอ เป็นอย่างไร ลองอ่านดูค่ะ
วิเคราะห์ดวงจีน Jack Ma (ปาจื้อ): จุดเริ่มต้นความสำเร็จก่อน Alibaba
วิเคราะห์ดวงจีน (ปาจื้อ) ของ Jack Ma จากครูเงินเดือน 12 ดอลลาร์ สู่ผู้ก่อตั้ง Alibaba และจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนชีวิตตามจังหวะดวง
วาเลนไทน์ 2569 ดูดวงความรักตามดวงจีน
วาเลนไทน์ 2569 ดูดวงความรักตามดวงจีน เช็กว่าคนธาตุไหนรักจริง รักมั่นคง และความรักของคุณปีนี้มีแนวโน้มเป็นอย่างไร
จูหยวนจาง จากขอทานสู่จักรพรรดิ
เรื่องราวของจูหยวนจาง จากขอทานสู่จักรพรรดิ พร้อมมุมมองด้านวาสนา โหงวเฮ้ง และลักษณะผู้นำที่เปลี่ยนชีวิตคนคนหนึ่งได้